เมนูหลัก
ประกันภัย-ชีวิต เพื่อคนรักรถและรักครอบครัว
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
E-Commerce
ศูนย์รวมเว็บไซต์สำเร็จรูป
เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซสำเร็จรูป
การเดินทาง
พยากรณ์อากาศ
เช็คเที่ยวบิน
แผนที่กรุงเทพฯ
สภาพการจราจร
การติดต่อสื่อสาร
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
ค้นหารหัสไปรษณีย์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
บันเทิง
เกมส์ออนไลน์
โหวตสติคเกอร์
อีการ์ดสวยๆ
สถานีโทรทัศน์
UBC
Nation Channel
ITV
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 9
ทีวีสี ช่อง 3
ทีวีสี ช่อง 7
สาระความรู้
Knowledge Center
ฝึกภาษา HTML ออนไลน์
ห้องสมุดดิจิตอล
ห้องสมุดกฎหมาย
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ฝึกภาษา ASP ออนไลน์
หนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ
สยามธุรกิจ
สยามรัฐ
คมชัดลึก
มติชน
ข่าวสด
บางกอกโพสต์
เดลินิวส์
ไทยโพสต์
แนวหน้า
บ้านเมือง
โพสต์ทูเดย์
มติชนสุดสัปดาห์
เส้นทางเศรษฐกิจ
มุมนักเสี่ยงโชค
ผลสลากออมสิน
ตรวจผลล็อตเตอรี่

พระปราโมทย์ยันวิถีพระไม่ยุ่งกับโยม คุมเข้มสื่อมวลชนขณะนำถ่ายรูปภายในเปิดโซนพิเศษ

 พระปราโมทย์ยันวิถีพระไม่ยุ่งกับโยม กลุ่มเจ้าหน้าที่คุมเข้มสื่อมวลชนขณะนำถ่ายรูปภายในเปิดโซนพิเศษ  สวนสันติธรรม  อดีตกรรมการยันคำสอนหลวงพ่ออุตริ เงินให้แม่นมกว่า1ล้านนำซื้อของเข้าวัดไม่ผิดแถมยังเล่าว่าสอนธรรมะแม่นมจนเป็นนางฟ้า


เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่  25 กันยายน 53 ที่ศูนย์ศึกษาปฏิบัติธรรม สวนสันติธรรม ม.6 บ้านโค้งดารา ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พระปราโมทย์ ปราโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการแสดงธรรมพร้อมกับญาติโยม กว่า 300 คน ที่มานั่งฟังธรรมและถามตอบปัญหาธรรมของลูกศิษย์ โดยพระปราโมทย์ได้กล่าวว่ามีคนสงสัยว่าทำไมอาตมาถึงไม่โต้ตอบกับกลุ่มที่ออกมาให้ร้ายกับทางตนเองและแม่ชีอรนุช
             พระปราโมทย์  กล่าวว่าวิถีของพระ กับวิถีของโยมมันแตกต่างกัน วิถีของพระ เป็นสันติวิถี พระต้องทำตัวเป็นตัวอย่างของญาติโยม เป็นตัวอย่างของพระพุทธศาสนา ส่วนวิถีของโยม เป็นวิถีตาต่อตา ฟันต่อฟัน เช่นฆ่าเขา ก็ต้องถูกฆ่า ทำร้ายเขาก็ให้เขามาทำร้ายคืน อะไรแบบนี้ มีลูกศิษย์ถามว่า หลวงพ่อถูกด่ามา 2-3ปีทำไมไม่ตอบโต้ หลวงพ่อไม่ตอบโต้เขาหลอกน่ะ  เขาด่าหลวงพ่อ ก็ยังดีกว่าเขาตี เขามาตียังก็ดีกว่าเขาเอาหินมาทุ่ม เขาเอาหินมาทุ่มก็ยังดีกว่าเขาเอามีดมาแทง แต่ถ้าหากเขาเอามีดมาแทงแล้วมันคงไม่ดีหลอกนะ(หลวงพ่อและญาติโยมหัวเราะ) พระปราโมทย์ได้สอนธรรมะให้กับญาติโยมพร้อมถามตอบประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะบอกว่าให้นักข่าวถามให้หลวงพ่อตอบได้นะแต่ต้องเป็นเรื่องธรรมะเท่านั้นแต่ ก็ไม่มีใครกล้าที่จะถามก่อนที่พระปราโมทย์จะหยุตการสนทนาธรรมพร้อมให้ลูกศิษย์แยกย้ายกันกลับบ้าน
         ต่อมาตัวแทนสวนสันติธรรมได้นำนักข่าวจากหลายสำนักกว่า 50 คน เดินเข้าแถว ตามถนน มีเจ้าหน้าที่ของสวนสันติธรรม คอยประกบหน้าหลัง ด้านข้าง แทบจะตัวต่อตัว นำเข้าชมบรรญากาศภายในสวนสันติธรรม เริ่มตั้งแต่โซนนอกสำหรับลูกศิษย์สามารถเข้าได้ มี ศูนย์ปฏิบัติธรรม อาคารโรงอาหาร2 หลัง กุฏิก่อสร้างอย่างหรู 6 หลังสำหรับให้ลูกศิษย์จองเข้าฝึกปฏิบัติธรรม ได้ครั้งละ 6 คน มี วันจันทร์-ศุกร์ 6 คน วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ อีก 6 คน โดยกุฏิทั้ง6 หลังนี้ปลูกอยู่ในที่สงบมีร่มไม้ปิดบังกันมีที่เดินกรรมฐาน จงกรม และขณะนี้มีคิวมาจองนั่งฝึกปฏิบัติธรรมยาวถึงปี พ.ศ. 2561

ขณะในโซนพิเศษ เป็นโชนศิษย์ห้ามเข้า เมื่อเปิดประตูจะมีศาลาปาติโมก ขนาดใหญ่ล้อมด้วยกระจกสำหรับพระนั่งดื่มน้ำชา และลึกเข้าไปข้างในก็จะมีกุฎิพระตั้งอยู่ห่างกันอยู่ 4 กุฏิ ก่อนจะข้ามสระน้ำขนาดใหญ่ ไปอีกฝั่งซึ่งมีกูฏิขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่  มีรั่วล้อมรอบ  ฝั่งขวามือประมาณ 50 เมตรจะเป็นกุฏิของพระสมชาย พระคนสนิทที่คอยดูแลพระปราโมทย์ และฝั่งซ้ายมือเดินตามถนนประมาณ 120 เมตร จะเป็นกุฏิของแม่ชีอรนุช ซึ่งหากวัดระยะทางเดินตรงระหว่าง กูฏิพระปราโมทย์ และแม่ชีอรนุช ประมาณ 65 เมตรและที่ประตูหน้าทางเข้าจะมีบ้านพักคนงานชาวต่างด้าวประมาณ 10กว่าคน เป็นที่สังเกตุว่าภายในโซนพิเศษนี้มีทางเดินคอนกรีต ยาวไปถึงบ้านคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง นักเขียนหนังสือเข็มทิศชีวิตคู่กรณีของพระปราโมทย์ แต่เวลานี้ถูกกั้นด้วยกำแพงปูนสูงประมาณ 2 เมตรแทน
         นายธนเดช  พ่วงพูล ตัวแทนของสวนสันติธรรมได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมหลังจากนำสื่อมวลชนชมโซนพิเศษที่พักของพระปราโมทย์และแม่ชีอรนุช ว่าทราบจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่สัมมภาษณ์นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เมื่อวันที่ 23 ที่ผ่านมา พบว่าจากการตรวจสอบข้อร้องเรียนของ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง และกลุ่มอดีตลูกศิษย์ของพระปราโมทย์  ที่ให้ตรวจสอบพระปราโมทย์ทั้งเรื่องของเงินบริจาค ที่ดิน และที่อ้างว่ามีการถ่ายโอนทรัพย์สินให้กับแม่ชีอรนุช สันตยากร อดีตภรรยา นั้นไม่พบว่าพระปราโมทย์ได้มีการกระทำความผิดตามที่ร้องเรียน โดยพระปราโมทย์ได้มีการดำเนินการอย่างถูกต้อง  ทั้งเรื่องของเงินบริจาค ที่มีคณะกรรมการดำเนินงานร่วม กรณีที่ดินจัดตั้งเป็นวัด ตรวจสอบเรื่องความใกล้ชิดกับแม่ชีอรนุช ที่ถูกร้องเรียนว่ามีกุฏิใกล้กัน รวมไปถึงการสอนที่ถุกร้องว่าอวดอุตริมนุษยธรรม ไม่พบว่าพระปราโมทย์มีการทำผิดพระวินัย และหลังจากบทสรุปจากทางราชการที่ได้รับจากการร้องเรียนไม่มีแล้ว  สวนสันติธรรมก็ยังมีการดำเนินการเผยแพร่ธรรมะต่อไป
          นายธนเดช  พ่วงพูล  กล่าวว่าในฐานะทนายความ ตนก็ได้มีการแนะนำทางพระปราโมทย์และสวนสันติธรรม สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย แต่ทางสวนสันติธรรมแจ้งกับตนว่ายังไม่มีเจตนาจะฟ้องใคร และในส่วนการเปิดบัญชีของสวนสันติธรรมเวลานี้มีทั้งหมด 7 บัญชี ฝากที่ธนาคารกสิกรไทย คือ เปิดในนาม นางอรนุช สันตยากร และ น.ส.ชยาทร เตชะไพบูลย์ และนายอภิชาติ  อัศวเรืองชัย เพื่อสวนสันติธรรม 5บัญชีมี  1.ฝากออมทรัพย์ หมายเลข172-2-26228-8 มีเงิน 7,627,833 บาท 2.ฝากประจำ 3เดือน หมายเลข172-3-09679-7/06 มีเงิน 5,616,89 บาท 3.ฝากประจำ 3เดือน  หมายเลข172-3-09679-7/07 มีเงิน 2,855,699 บาท 4.ฝากประจำ 3เดือน  หมายเลข172-3-09679-7/08 มีเงิน 3,000,000 บาท  5.กระแสรายวัน หมายเลข 172-1-05511-2  มีเงิน 30,000 บาท  และฝากอีก 2 บัญชี ชื่อ สวนสันติธรรม โดย นายสุรพล  สายพานิช นายธนา  รุจิพัฒนกุล และ น.ส.กนิษฐะวิริยา  ต.สุวรรณ มี 1.บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 172-2-33932-9 มีเงิน 1,994,869 บาท และ บัญชีกระแสรายวัน หมายเลข 172-1-05958-4  มีเงิน 30,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด  21,154,992 บาท
           ในส่วนที่กลุ่มอดีตลูกศิษย์ออกมาร้องเรียนพระปราโมทย์นั้น อาจารย์สุรวัฒน์  เสรีวิวัฒนา กรรมการสวนสันติธรรม ฝ่ายเผยแพร่คำสอนของพระปราโมทย์กล่าวว่า เป็นเพียงกรรมการ 6 คนส่วนน้อย จากทั้งหมด 30 คน เวลานี้ในฐานะตนเองเป็น 1ใน 24 คน ของกรรมการสวนสันติธรรมที่ยังคงทำงานอยู่กับสวนสันติธรรมขอบอกว่าจากการที่ตนเองอยุ่ใกล้ชิดพระปราโมทย์มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2543 ยังไม่พบว่าคำสอนของพระปราโมทย์อวดอุตริ หรือผิดไปจากคำสอนของครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนพระปราโมทย์มา กรรมการที่ลาออกอย่างคุณฐิตินาถนั้น ขณะหลวงพ่อปราโมทย์ไปจำวัดที่ จ.กาญจนบุรี ได้ไปเสนอตัวรับใช้ โดยมีจดหมายจากหลวพ่อมนตรีที่ให้ คุณฐิตินาถเป็นผู้ดำเนินการสร้างสวนสันติธรรม และคุณฐิตินาถก็ได้ ร่วมบริจาคเงินเพื่อสร้างสวนสันติธรรมด้วยและที่มีจดหมายเขียนจากหลวงพ่อปราโมทย์ถึงคุณฐิตินาถนั้นจริงแต่เป็นภาษาธรรมะเพื่อให้กำลังใจแก่คุณฐิตินาถ ที่กำลังศึกษาธรรมะ และที่บอกว่าลูกสาวคนโต ก็เพราะก่อนหน้านั้น น้องสาวคุณฐิตินาถ ก่อนหน้าเคยไปฝากตัวเป็นลูกสาวของหลวงพ่อปราโมทย์ และต่อมาคุณฐิตินาถ ก็ตามไปฝากตัวเป็นลูกสาวในเวลาต่อมา ก่อนที่จะมาสร้างสวนสันติธรรม ก่อนทางสวนสันติธรรมจะเป็นฝ่ายสั่งให้คุณฐิตินาถหยุดการดำเนินการ ทำให้เป็นที่มาของปัญหาการร้องเรียน
         และกรณีของคุณสุวรรณีนั้นอาจารย์สุรวัฒน์ บอกว่าคุณสุวรรณี ครั้งเป็นกรรมการ มาถามหลวงพ่อว่ามีเงินแม่นม 1 ล้านบาท เสียชีวิต แต่ไม่มีคนมารับเงิน ตนจะนำมาทำบุญ บุญจะผิดไหม หลวงพ่อก็ให้ซื้อของใช้ต่างๆเข้าในสวนสันติธรรม ซึ่งถือเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับคนตายตามประเณีของชาวไทยทั่วๆไป
   ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น นางสุวรรณี  เต็งอำนวย อดีตกรรมการสวนสันติธรรม ฝ่ายจัดซื้อของสวนสันติธรรม ต.หนองขามอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีนายธนเดช  พ่วงพูล ตัวแทนสวนสันติธรรมได้ออกมาเปิดเผยถึงการจัดซื้อจักรยาน พร้อมชุดปั่นไบท์ ว่าลูกศิษย์เป็นคนซื้อถวายนั้นไม่เป็นความจริง ตนอยากชี้แจงให้สังคมได้รับรู้ว่า ความเป็นจริงนั้น ตนเองมีความศรัทธาพระปราโมทย์มาก อย่างที่ทราบ ถึงกับไปร่วมเงินกับคุณอภิชาติ  อัศวเรืองชัย น้องเขย ซื้อที่ดินกว่า35ไร่ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสวนสันติธรรมเพราะกลัวว่ารบกวนการปฏิบัติธรรมของพระปราโมทย์ ปราโมชโชและแม่ชี อรนุช  สันตยากร
          และ นางสุวรรณี  เต็งอำนวย ยังกล่าวต่อว่า ตนอยู่ฝ่ายจัดซื้อของเข้าสวนสันติธรรม วันหนึ่งแม่ชีอรนุชมาบอกว่าอยากจะให้พระปราโมทย์ได้ออกกำลังกาย เพราะเป็นห่วงสุขภาพท่าน ที่กำลังอ้วนขึ้นทุกวัน ตนอยู่ฝ่ายจัดซื้อของเข้าสวนสันติธรรม จึงได้ไปซื้อจักรยาน2คันมาถวายตามคำขอของแม่ชีที่ต้องการให้พระปราโมทย์สุขภาพดี ปันออกกำลังกายภายในสวนสันติธรรม หลังจากซื้อถวายได้ไม่กี่วันแม่ชี อรนุชมาบอกว่า พระปราโมทย์ปั่นแล้วเจ็บอยากได้กางเกงปั้นไบท์ที่จะมีโฟมรองอานจักรยานด้วย ตนไม่เคยเห็นแต่ก็ไปหาซื้อและก็ตกใจเพระสีสันมันแสบสดใส ที่พระและชีไม่น่าจะใส่ได้ ตนโทรศัพท์กลับมาถามแม่ชีก็บอกว่าไม่เป็นไรเพราะขี่อยู่ในสวนโซนพิเศษที่ไม่มีใครเห็น ตนเองถึงได้ตัดสินใจซื้อมาถวายทั้งที่ใจเริ่มคิดว่ามันเริ่มแปลกๆ
          ก่อนหน้านั้น แม่เลี้ยงที่ดูแลตนมาตั้งแต่เด็กเกิดเสียชีวิต ไม่มีญาติพี่น้อง และมีเงินอยู่ในธนาคารล้านกว่าบาท  ตนได้มาถามแม่ชีว่าให้ไปถามพระปราโมทย์ว่าหากนำเงินมาบริจาค หรือมาใช้ซื้อของเข้าวัดจะผิดหรือไม่ แม่ชีหลังจากไปถามพระแล้วก็บอกว่าไม่ผิด ตนจึงได้เบิกจ่ายมาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะอุปกรณ์ต่างๆเข้าวัด เป็นมูลค่ากว่าล้านบาท พอหลังจากใช้เงินของแม่นมหมดโดยที่ยังไม่พอตนเองยังต้องบริจาคเพิ่ม แม่ชีอรนุชได้มาขอรูปถ่ายแม่นมพร้อมชื่อ นามสกุล เพื่อไปให้พระปราโมทย์ได้นั่งกรรมฐานญานสมาฐิคุยกับแม่นม พบว่าแม่นมนั้นอยู่ในภูมิภพไม่ดี ทางพระปราโมทย์จึงสอนธรรมะให้แม่นมจนแม่นมปฏิบัติตามได้ และเปลี่ยนภูมิถพใหม่จากเดิม ที่ไม่ดี เปลี่ยนไปเป็นนางฟ้าแทน นอกจากนี้ เพราะความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระปราโมทย์ ตนยังรวมกับกรรมการท่านอื่นซื้อแอร์มาติดตั้งที่กุฏิพระปราโมทย์ และ แม่ชีอรนุชอย่างละ1เครื่องเพราะอยากให้พระที่พวกตนเคารพนับถือ อยู่ดี มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อการเผยแพร่ธรรมต่อประชาชน แต่ต่อมาหลังจากพบความผิดปกติในการสอนธรรมมะจึงพากันลาออกจากกรรมการวัดสวนสันติธรรมช่วงเดือนมกราคม 2553

 

นายสมยศ  อนันต์นาคิน ตัวแทนกลุ่มชาวพุทธรักษ์ศาสนา เปิดเผยว่าทราบว่าทางสวนสันติธรรมจะเปิดแถลงครั้งที่2 ข่าวนั้นตนขอตั้งข้อสังเกตุว่าครั้งแรกทำไมไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในเขตหวงห้าม ซึ่งเป็นกุฏิของพระปราโมทย์ และแม่ชีอรนุช ตามเป็นจริง โซนพิเศษเขตหวงห้ามจะมีเข้าไปได้เฉพาะแม่ชีและพระปราโมทย์เท่านั้น ต้องเดินข้ามสะพานเข้าไปทางเดียวกันห้ามคนอื่นเข้าแม้แต่ศิษย์คนใกล้ชิด หากจะเข้าไปส่งของที่ทางแม่ชีสั่งซื้อยังต้องขออนุญาติก่อนทุกครั้ง  และกุฏิที่พักของทั้ง2ด้านหลังจะต้องมีบึงน้ำติดอยู่ มีถนนกั้นระหว่างๆพระปราโมทย์และแม่ชีอรนุช โซนพักพิเศษเป็นเขตห้ามเข้า ที่แจ้งคณะกรรมการฝ่ายตรวจสอบของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี  หากจะเดินอ้อมห่างจากกัน100กว่าเมตรเป็นความจริงแน่นอน แต่หากวัดระยะ ที่พักของพระ กับแม่ชีจริงแล้วห่างกันแค่ 62 เมตร ความเป็นจริง 1. หากห่างกัน ระยะ100 เมตร คือการเดินบนถนน แล้วทางลัดตัดตรงล่ะ? แล้ว ๑๐๐ เมตร คนวิ่งจริงๆ ไม่ถึง ๓๐ วินาที ครับ ไปกลับ ไม่เกิน นาทีครึ่ง  2. เรื่องหน้าต่างตรงกัน เขาอาจจะปลูกเพิ่มครับ ต้องดูเลยว่า ถ้าไม่มีต้นไม้ หน้าต่างตรงกันไหม?
3. ถ้าเขาบอกว่ามีต้นไม้มองไปเห็นกัน หรือเป็นที่ทึบมีต้นไม้ใหญ่ขึ้น อันนั้นยิ่งเป็นประเด็นครับ เพราะคนภายนอกไม่มีทางเห็นได้เลยว่า เขาทำอะไรอยู่ เพราะอย่าลืมว่า อย่างที่เคยสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในวันที่ไปสวนฯครั้งแรก เจ้าหน้าที่เขาบอกเองว่า "เป็นเขตห่วงห้าม ถึงแม้เป็นศิษย์ใกล้ชิดก็ห้ามเข้า ก่อนได้รับอนุญาติ" ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ "เขตห่วงห้าม แต่ข้างในมีแต่ อุบาสิกา กับ พระปราโมทย์ "อยู่กันแค่2คน นายสมยศ กล่าว
นายไกรศร เลียนษี อดีตลูกศิษย์พระปราโมทย์ ปาโมชโช กล่าวว่า พฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเทเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์ รวมทั้งเงินที่บริจาค กว่า 100 ล้านบาทนั้นเป็นชื่อนางอรนุช สันตยากร อดีตภรรยา ที่โกนหัวบวชชีแต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนชี แถมยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากันนั้น ผมขอตั้งข้อสังเกตุว่า นายธนเดช  พ่วงพูล ตัวแทนสวนสันติธรรมที่ออกมากล่าวแทนพระปราโมทย์ นั้นรู้ข้อมูลจริงขนาดไหนกรณีคุณฐิตินาถ ณ พัทลุงลาออกจากกรรมการ  แล้วทางสวนสันติธรรมตั้งความผิดและโยนความผิดให้คุณฐิตินาถว่าถูกคุณไสยมนต์ดำต่างๆ โดยเทปเสียงที่ทางสวนสันติธรรมมากล่าวร้ายนั้นสามารถเข้าฟังได้ในเวปไซด์
www.kammathan.com โดยที่พระปราโมทย์จะปิดบังข้อมูลนายธนเดช ตัวแทน เสียงของพระปราโมทย์นั้นถูกลงในไฟล์เสียง และมีมาหลายเดือนแล้วหลายคนรู้ดี


   นางสาวฐิตินาถ  ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือเข็มทิศชีวิต  อดีตลูกศิษย์คนสนิทของสวนสันติธรรม ผู้ยื่นโนติสให้พระปราโมทย์ ปาโมชโช(สันตยากร) เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  คืนเงินบริจาคกว่า 4 ล้านบาท   ได้ออกมาชี้แจงพฤติกรรมของพระปราโมทย์ พร้อมยังนำคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของพระปราโมทย์ซึ่งสนทนากับลูกศิษย์คนหนึ่งในลักษณะส่ออวด"อุตริมนุสสธรรม" โดย น.ส.ฐิตินาถ กล่าวว่า พระปราโมทย์บอกกับทุกคนรวมทั้งตัวดิฉันว่าท่านเป็นพระอรหันต์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2548 ก่อนหน้านี้ท่านเขียนข้อความว่า ดิฉันเป็นลูกของท่านและได้ฟังธรรมกับท่านครั้งแรก เรื่อง แด่ลูกสาวว่า วันนี้เป็นวันที่หลวงพ่อเข้าสู่พระนิพพานครบ 1 ปี

 





 
web design company
Supported by web statistics software.
 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.tawanmainews.com